แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Scrapbook แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Scrapbook แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2559

Traveling Journal on the go : Follow up


    มาสรุปผลการใช้งานค่ะ อุปสรรคสำคัญของการเขียน journal คือความขี้เกียจค่ะ ต้องบังคับใจตัวเองอย่างมากให้พยายามเขียนให้เสร็จวันต่อวัน ซึ่งมันยากมาก เที่ยวก็เหนื่อยแล้ว กลับโรงแรมมาก็อยากจะพักผ่อน แต่โชคดีที่มาเที่ยวครั้งนี้ พอมีเวลาระหว่างรอสามีที่กลับจากดูงานนอนพักผ่อน เลยได้มีเวลาจดบันทึกและprintรูปใน 2 วันแรกของทริปค่ะ ส่วน 3 วันหลังเที่ยวตลอด เดินเยอะมาก เลยใช้วิธีcheck inที่ Facebook ร่วมกับ พิมพ์ใน note ipad ตอนก่อนนอนไว้เตือนความจำ แล้วกลับมาบันทึกที่บ้านแทน ส่วนอุปกรณ์ที่เอาไปด้วย สิ่งที่ใช้งานเวลาแปะสะดวกที่สุดคือ masking tape และ กาวแบบเทปลบคำผิดค่ะ
   จากรูป ได้เอาออกจากปก Planner แล้วนำมาใส่ห่วง เพื่อความสะดวกของการเก็บแล้วนะคะ ส่วนปกก็เก็บไว้ใช้ในทริปถัดไป

   อย่างที่ทราบว่า ครั้งนี้พี่หนึ่งพกเอา printer fuji share sp-1 ไปด้วย สะดวกดีค่ะ ไม่ต้องเอากล้องไป ใช้พิมพ์จากรูปถ่ายในมือถือได้เลย เวลาติดกับสมุด ก็ใช้ masking tape ที่เตรียมไว้ ฉีกแปะเอา การจดบันทึก ใช้เขียนใน post it ง่ายและสะดวกดีค่ะ จะเขียนเมื่อไหร่ก็ได้ เขียนผิดก็เขียนใหม่ได้ พอเอาไปแปะ สีก็สวย ดูมีรายละเอียด สรุปแล้ว วิธีนี้ work ค่ะ คราวหน้าทำอีก
  มาดูตัวอย่างการบันทึกของทริปนี้กันค่ะ รูปของกินเยอะนิดนะ










  คราวหน้าจะมารีวิวของที่ช้อปที่โตเกียวให้ดูค่ะ

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

Traveling Journal on the go (เตรียมตัว)

       เมื่อวันก่อนค่ะ ดูโน่นนั่นนี่ใน youtube เพลินๆ ก็เจอช่องของคุณ Liz ที่เธอทำ Traveling Journal on the go ไปbusiness trip ที่เบอร์ลินด้วย (ใครสนใจดูได้ที่นี่เลยค่ะ---> LINK) ซึ่งนอกจากเธอจะลงวิธีเตรียมข้าวของให้ดูแล้ว ยังลงบรรยากาศของทริปและการใช้งาน Journal ให้ดูอีกด้วย น่าสนใจจริงๆค่ะ (ดูได้ตรงนี้ค่ะ --->LINK )

      เลยเป็นแรงบันดาลใจให้พี่หนึ่งทำออกมาสำหรับใช้งานช่วงไปเที่ยวต้นเดือนหน้าบ้าง หลังจากว่าจะกลับมาทำหลังทริป ค้างคามาหลายทริปแล้ว เจ้าสมุดเล่มนี้เราจะหอบหิ้วไปบันทึกระหว่างเดินทางเลยค่ะ ดังนั้นงานจะดูดิบๆไม่ค่อยประณีต ซึ่งก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการจดบันทึกการเดินทางนะคะ เอ้า มาดูสมุดบันทึก(ระหว่าง)เดินทางแบบของพี่กันค่ะ


     ส่วนของปก จากวิดีโอของคุณLiz เธอใช้แฟ้มขนาดเล็กปกแข็ง ซึ่งพี่หาไม่ได้ค่ะ ขี้เกียจออกไปซื้อด้วย เลยใช้ปกPlanner เล่มเก่าที่มีที่บ้านแทน และใช้กระเป๋าดินสอแบบมียางยืดรัดสมุดไว้เพื่อความสะดวกในการพกพา โทนสีจะหลากหลายนิดนึงค่ะ เพราะเราใช้ของที่มีอยู่ในบ้าน



     สิ่งที่ใส่ในกระเป๋าดินสอ มีตามนี้ค่ะ ปากกา กรรไกรพกพา คลิปหนีบกระดาษแบบต่างๆ สติ้กเกอร์โฟม กาวแบบแห้ง
     ส่วนด้านในเล่ม พี่ทำปกแรกด้วยแผ่นพลาสติก แปะ masking tape เอาไว้เผื่อใช้งาน 

กระดาษด้านในใช้กระดาษ scrapbook ที่เหลือจากงานชิ้นก่อนๆ


 ทำซองจากกระดาษ 100 ปอนด์ไว้ใส่เศษตั๋ว ของจุกจิก  

แอบแปะซองที่ทำจากกระดาษหนังสือเด็กที่ชำรุดแล้ว ไว้หลายๆแห่ง ให้สมุดดูสนุก น่าใช้

เย็บสมุดเล่มเล็กๆเผื่อแปะเพิ่มพื้นที่บันทึก

สุดท้าย เอาซองซิปใส่ post it สติ้กเกอร์ เอาไว้ใช้งานด้วยค่ะ

    ใครอยากดูภาพเคลื่อนไหว ดูได้ที่นี่ค่ะ My Travel Journalเนื่องจากขี้เกียจแบกกล้อง fuji instax ไป นางอ้วนเหลือเกิน แถมวัดใจเรื่องคุณภาพรูปกับนางไม่ค่อยได้ เลยจะเอาprinter fuji share sp-1 ไปค่ะ กะจะพิมพ์รูปที่ถ่ายจากมือถือที่โรงแรมเอา

    เดี๋ยวกลับจากทริปเดือนหน้า เรามาติดตามผลกันนะคะว่าพี่หนึ่งจะได้ใช้งานสมุดเล่มนี้ หรือไม่ อย่างไร

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Craft Book Review : Self-made Stationery

       วันแรกของเดือนแห่งความรัก มาชมรีวิวหนังสืองานฝีมือกันค่ะ

ชื่อ : Self-made Stationery
ผู้เขียน : Kazumi Udagawa
ภาษา : อังกฤษ
ปีที่พิมพ์ : 2009
ความยากของชิ้นงาน : 3/5
        หนังสือสอนทำของใช้จำพวก office stationery ง่ายๆจากวัสดุเหลือใช้ พวก ซอง เศษกระดาษ ด้านในมีวิธีทำพร้อมภาพประกอบอย่างละเอียด พร้อมไอเดียให้ตกแต่งต่อยอด ท้ายเล่มมีtemplate ให้ตัดมาใช้งานด้วยค่ะ
        เล่มนี้เป็นเล่มแรกที่ซื้อมา แล้วก็ติดใจงานของคุณคาซูมิมาก เลยไปสอยมาเพิ่มอีก 3 เล่ม แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ ต้องเดาวิธีทำเอาจากรูป
     
 


        ลองทำงานจากเล่มนี้ให้ดู 1 ชิ้นค่ะ เป็นที่ติดกระดาษโน๊ตแบบฉีกได้ ด้านหลังติดแม่เหล็ก เพื่อที่จะนำไปติดที่ตู้เย็น โดยใช้กระดาษที่เหลือจากทำงานชิ้นก่อนๆ รอยปรุบนกระดาษ ช่วยให้ฉีกมาใช้งานได้ง่ายขึ้น



        หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างเก่าแล้ว คงต้องหาซื้อเป็นมือสองนะคะ 

   เจอกันใหม่คราวหน้าค่ะ

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558

Gift Card Holder Tutorial มาทำการ์ดใส่บัตรของขวัญกันค่ะ

         
                จริงๆแล้ว entry นี้ตั้งใจจะเข็นออกมาก่อนช่วงปีใหม่ แต่มีงานมาแทรกตลอด เลยเพิ่งมีโอกาสได้ลงค่ะ ยังไงก็ทำเตรียมไว้สำหรับปีหน้าก็ได้นะ แฮ่ :P
                ช่วงปีใหม่มักมีการจับฉลากกัน คนขี้เกียจคิดก็มักจะไปซื้อเป็นบัตรของขวัญมูลค่าตามงบประมาณไปจับฉลาก อย่างน้อยคนรับก็คงไม่ยี้มาก ถึงจะดูสิ้นคิดไปนิดก็เถอะ ปีนี้หนึ่งก็เอาบัตรสมาชิก 7-11 ไปจับค่ะ เอาไปแต่บัตรมันก็ดูง่ายไปหน่อย เลยทำเป็นการ์ดใส่บัตรเพิ่มมูลค่าเข้าไป
                เปิดๆดูงานของบล็อกเกอร์ต่างประเทศ ก็มาปิ๊งกับงานคนนี้ Nadine Hoessrich ที่ทำง่ายๆแต่ดูดี เลยถือโอกาสทำเป็น Tutorial ภาษาไทย ให้เพื่อนๆดูค่ะ


                1. เริ่มจากเตรียมกระดาษโครง จะใช้เป็นกระดาษขาว กระดาษสี หรือกระดาษScrapbook ก็แล้วแต่ชอบเลยค่ะ แต่ขอเป็นกระดาษค่อนข้างหนานิดนึงนะคะ จะได้ไม่ยวบยาบเวลาเราใส่บัตรของขวัญลงไปแล้ว  ขนาดที่ใช้คือ 10.4 คูณ 29.5 cm หรือครึ่งหนึ่งของกระดาษ A4 ตามยาว
              2. วัดและทำเครื่องหมายด้วยดินสอจากมุมซ้ายบน วัดออกมาทางขวา ตามนี้ค่ะ 2 1/2  ,3 1/2 ,4 1/2  และ 9 1/8 นิ้ว
              3. วัดและทำเครื่องหมายด้วยดินสอจากมุมซ้ายล่าง เหมือนข้อ 2 แล้วใช้ bone folder หรือขอบคัตเตอร์ด้านไม่คมกรีดที่เครื่องหมายที่ทำจากบนลงล่าง จะได้รอยพับตามรูปด้านบนนะคะ
              4. พับให้เป็นตามรูป

                    5. ตรงแถบเล็กๆที่พับตั้งขึ้น ให้ใช้บัตรของขวัญทาบไว้ตรงกลางและทำเครื่องหมายด้วยดินสอ ให้กว้างกว่าตัวการ์ดสักเล็กน้อย เราจะกะขนาดที่จะเจาะทำที่ใส่การ์ดค่ะ
                            6. ใช้ที่เจาะกระดาษ เจาะตรงกลาง หรือถ้าไม่มีจะใช้คัตเตอร์ตัดเป็นช่องเรียบๆก็ได้ค่ะ
                     7. เนื่องจากที่เจาะกระดาษกว้างน้อยกว่าช่องที่ต้องการ เราจะใช้กรรไกรตัดช่องที่เหลือ ให้ลวดลายเข้ากัน





                       8. ลองเอาบัตรใส่ดู ปรับขนาดให้ไม่คับหรือหลวมเกินไป ถ้าหลวมเกินไป ให้ใช้วิธีติดเทปกาวปิดช่องจากด้านในค่ะ ลบรอยดินสอที่ทำเครื่องหมายไว้ให้สะอาด

                      9. พลิกการ์ดไปอีกด้าน ใช้กาวสองหน้าแบบบางหรือทางกาวติดด้านข้างตามรูป



                    10. ตกแต่งตามชอบ ทั้งด้านในและนอกการ์ด อาจใช้ริบบิ้นผูกเพื่อปิดตัวการ์ด หรือจะใช้ masking tape ปิดก็ได้ค่ะ





               เสร็จแล้วค่ะ เพื่อนๆคนไหนลองทำแล้ว มีคำถามตรงไหน สอบถามได้ ยินดีเสมอค่ะ

                                             


                                                                                                                                       หนึ่ง

 ปล. เรื่อง Junk Journal ยังไม่ลืมนะคะ ตั้งจะเขียนให้จบในปีนี้ให้ได้เลย